ทั่วไป8 นาที
โรคผิวหนังสุนัขและแมว: สาเหตุ อาการ และวิธีรักษาที่ถูกต้อง
เผยแพร่เมื่อ: 22 เม.ย. 2569

โรคผิวหนังในสุนัขและแมว: ปัญหายอดฮิตที่ไม่ควรมองข้าม
โรคผิวหนังเป็นหนึ่งในปัญหาที่เจ้าของสัตว์เลี้ยงพามาพบสัตวแพทย์บ่อยที่สุด โดยเฉพาะในสภาพอากาศร้อนชื้นของภาคใต้อย่างสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเจริญเติบโตของเชื้อรา แบคทีเรีย และปรสิตบนผิวหนัง หากปล่อยไว้ไม่รักษา โรคผิวหนังอาจลุกลามจนเรื้อรังและรักษายากขึ้นมาก
อาการที่ต้องสังเกต
- เกาตัวตลอดเวลา จนเกิดแผลจากการเกา
- ขนร่วงเป็นหย่อมๆ โดยเฉพาะบริเวณหู หลัง โคนหาง หรือท้อง
- ผิวหนังแดง อักเสบ มีตุ่ม สะเก็ด หรือผื่นผิดปกติ
- มีกลิ่นตัวแรงผิดปกติ เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียหรือยีสต์บนผิวหนัง
- ผิวหนังเป็นขุย แห้งลอก (Dandruff)
- เลียเท้าหรือซอกตัวบ่อย: โดยเฉพาะในสุนัขที่มีปัญหาแพ้ (Allergy)
สาเหตุของโรคผิวหนังที่พบบ่อยในสุราษฎร์ธานี
1. เห็บ หมัด และไรขี้เรื้อน (Parasitic Skin Disease)
- เห็บและหมัด: เป็นสาเหตุอันดับ 1 ของอาการคัน โดยเฉพาะในฤดูฝน สุนัขบางตัวแพ้น้ำลายหมัดอย่างรุนแรง ทำให้เกาจนเกิดแผลทั่วตัว (Flea Allergy Dermatitis - FAD)
- ไรขี้เรื้อน (Demodex / Sarcoptes): ทำให้ขนร่วง ผิวหนังหนาตัว ระคายเคืองรุนแรง
2. เชื้อราบนผิวหนัง (Fungal / Ringworm)
- พบได้ทั้งในสุนัขและแมว โดยเฉพาะในสภาพอากาศชื้น
- อาการ: ขนร่วงเป็นวงกลม ผิวแดง มีสะเก็ด
- ติดต่อสู่คนได้ (Zoonotic Disease) จึงควรรีบรักษาทันที
- พบบ่อยมากในลูกแมวที่รับเลี้ยงมาจากข้างนอก
3. การแพ้ (Allergy)
- แพ้อาหาร (Food Allergy): มักทำให้เกิดอาการเกาบริเวณหน้า หู ซอกขาหนีบ และท้อง
- แพ้สิ่งแวดล้อม (Atopic Dermatitis): แพ้ฝุ่น ไรฝุ่น ละอองเกสร — มักเป็นเรื้อรังและกำเริบเป็นช่วงๆ
- แพ้แชมพูหรือสารเคมี: การอาบน้ำด้วยผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะสมอาจทำให้ผิวหนังระคายเคือง
4. การติดเชื้อแบคทีเรีย (Bacterial Pyoderma)
- มักเกิดขึ้นเป็น "ผลซ้ำ" จากปัญหาอื่น เช่น แผลเกา หรือผิวที่อักเสบจากอะเลอร์จี
- อาการ: ตุ่มหนอง สะเก็ดเป็นวงๆ (Collarettes) ผิวแดงอักเสบ
5. ปัญหาฮอร์โมน (Hormonal Skin Disease)
- ภาวะไทรอยด์ต่ำ (Hypothyroidism): มักพบในสุนัขวัยกลางคน-สูงอายุ ขนร่วงสม่ำเสมอทั้งสองข้าง อ้วนง่าย ซึม
- ภาวะต่อมหมวกไตทำงานเกิน (Cushing's Disease): ผิวหนังบาง ขนร่วง ท้องป่อง ดื่มน้ำมาก
การตรวจวินิจฉัยที่โรงพยาบาลสัตว์
เมื่อพามาพบสัตวแพทย์ จะมีการตรวจดังนี้ (ตามความจำเป็น):
- ส่องกล้องจุลทรรศน์ (Skin Scraping): เพื่อตรวจหาไรขี้เรื้อน
- เพาะเชื้อรา (Fungal Culture): เพื่อยืนยันการติดเชื้อราในกรณีสงสัย
- ตรวจเลือด: เพื่อประเมินปัญหาฮอร์โมน ภูมิแพ้ หรือการอักเสบ
- ส่องไฟ Wood's Lamp: เพื่อตรวจเชื้อราบางชนิดที่เรืองแสงได้
- ทดสอบอาหาร (Food Trial): ในกรณีสงสัยว่าแพ้อาหาร
การรักษาโรคผิวหนังในสัตว์เลี้ยง
การรักษาจะแตกต่างกันตามสาเหตุ:
- เห็บหมัด: หยดยาป้องกัน/กินยาป้องกันเห็บหมัด + รักษาสิ่งแวดล้อมในบ้าน
- เชื้อรา: ใช้ยาทา ร่วมกับยากินต้านเชื้อรา ต้องรักษาต่อเนื่อง 4-8 สัปดาห์ขึ้นไป
- แบคทีเรีย: ยาปฏิชีวนะ ร่วมกับแชมพูยา
- ภูมิแพ้: ควบคุมอาการด้วยยา + การจัดการสิ่งแวดล้อม + อาหารสูตรพิเศษ
- ฮอร์โมน: การรักษาต้องแก้ที่ต้นเหตุ มักต้องกินยาเสริมฮอร์โมนตลอดชีวิต
วิธีป้องกันโรคผิวหนังในสัตว์เลี้ยง
- หยดยาป้องกันเห็บหมัดสม่ำเสมอ ทุกเดือน ตลอดทั้งปี (สำคัญมากในภาคใต้)
- อาบน้ำด้วยแชมพูสำหรับสัตว์เลี้ยง ไม่ควรใช้แชมพูคน เพราะ pH ไม่เหมาะกับผิวสัตว์
- เช็ดแห้งให้สนิทหลังอาบน้ำ ผิวที่ชื้นเป็นสภาพแวดล้อมที่ดีของเชื้อรา
- ทำความสะอาดที่นอนและพื้นที่อยู่อาศัย เป็นประจำ
- ให้อาหารที่มีคุณค่า เลือกอาหารที่มีกรดไขมัน Omega-3/Omega-6 เพื่อบำรุงผิวหนังและเส้นขน
- ตรวจสุขภาพประจำปี เพื่อคัดกรองปัญหาฮอร์โมนและภูมิแพ้
โรงพยาบาลสัตว์มะขามเตี้ย มีบริการตรวจวินิจฉัยและรักษาโรคผิวหนังในสุนัขและแมวอย่างครบวงจร ด้วยเครื่องมือที่ทันสมัย น้องๆ เกาตัว ขนร่วง ผิวแดง อย่ารอให้ลุกลาม พามาตรวจได้ทุกวัน 08:00-21:00 น. โทร 077-935-414
👨⚕️
เขียนโดย ทีมสัตวแพทย์
โรงพยาบาลสัตว์มะขามเตี้ย

