สุนัข7 นาที

สุนัขท้องเสีย อาเจียน: สาเหตุ อาการ และเมื่อไหร่ต้องพาไปหาหมอ?

เผยแพร่เมื่อ: 22 เม.ย. 2569

สุนัขท้องเสีย อาเจียน: สาเหตุ อาการ และเมื่อไหร่ต้องพาไปหาหมอ?

หมาท้องเสีย อาเจียน: ปัญหาที่เจ้าของสัตว์เลี้ยงพบบ่อยที่สุด

หนึ่งในเหตุผลอันดับต้นๆ ที่เจ้าของพาสุนัขมาพบสัตวแพทย์คือ อาการท้องเสียและอาเจียน ซึ่งอาจเกิดจากสาเหตุเล็กน้อยไปจนถึงโรคร้ายแรงที่ต้องการการรักษาเร่งด่วน การรู้จักแยกแยะว่า "รอดูอาการได้" หรือ "ต้องพาไปหาหมอทันที" อาจช่วยชีวิตน้องหมาของคุณได้

สาเหตุที่พบบ่อย

สาเหตุไม่ร้ายแรง (มักหายเองได้):

  • กินอาหารที่ไม่เหมาะสม: แอบกินอาหารคน อาหารรสจัด ของไม่สด เปลี่ยนยี่ห้ออาหารกะทันหัน
  • กินเร็วเกินไป: โดยเฉพาะสุนัขพันธุ์ใหญ่ อาจอาเจียนเป็นอาหารที่ยังไม่ย่อย
  • ความเครียด: ย้ายบ้าน การเดินทาง เลี้ยงสัตว์ใหม่ อาจทำให้ท้องเสียชั่วคราว
  • เมารถ (Motion Sickness): พบได้บ่อยในลูกสุนัขที่ไม่ชินกับการนั่งรถ

สาเหตุร้ายแรง (ต้องพบสัตวแพทย์):

  • โรคลำไส้อักเสบติดเชื้อไวรัส (Parvovirus): อันตรายมากโดยเฉพาะในลูกสุนัขที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนครบ อาเจียนรุนแรง ท้องเสียเป็นเลือด ซึมมาก
  • โรคไข้หัด (Canine Distemper): มีไข้ น้ำมูก ท้องเสีย ร่วมกับอาการทางระบบประสาท
  • ลำไส้อุดตัน (Foreign Body Obstruction): กลืนของเล่น ถุงเท้า ก้อนหิน กระดูก จนไปอุดตันในลำไส้
  • ตับอ่อนอักเสบ (Pancreatitis): มักเกิดหลังกินอาหารไขมันสูง อาเจียน ปวดท้อง ไม่กินอาหาร
  • พยาธิในลำไส้: โดยเฉพาะพยาธิตัวกลมในลูกสุนัข ทำให้ท้องอืด ท้องเสีย
  • ได้รับสารพิษ: กินยาฆ่าแมลง สารเคมี ช็อกโกแลต องุ่น หัวหอม

สัญญาณเตือนที่ต้องรีบพามาพบสัตวแพทย์ทันที 🚨

  • อาเจียนหรือท้องเสียเป็นเลือด (สีแดงสดหรือสีดำคล้ายกากกาแฟ)
  • อาเจียนติดต่อกัน มากกว่า 3-4 ครั้งในหนึ่งวัน
  • ท้องเสียต่อเนื่อง เกิน 24-48 ชั่วโมง
  • ไม่กินอาหารและน้ำเลย เกิน 12-24 ชั่วโมง
  • ซึมมาก ไม่ยอมเดิน หรือหมดแรง
  • ท้องบวมตึง หรือแสดงอาการเจ็บปวดเมื่อกดท้อง
  • มีไข้ (จมูกแห้งร้อน ตัวร้อนผิดปกติ)
  • เป็น ลูกสุนัข ที่ยังฉีดวัคซีนไม่ครบ — ให้มาทันทีเมื่อเริ่มอาเจียนถี่ๆ

วิธีดูแลเบื้องต้นที่บ้าน (กรณียังไม่รุนแรง)

  1. งดอาหาร 6-12 ชั่วโมง เพื่อให้กระเพาะพัก แต่ยังควรให้น้ำสะอาดทีละนิด
  2. เริ่มให้อาหารอ่อน: เช่น ข้าวต้มผสมอกไก่ต้มเปล่า ในปริมาณน้อยๆ แบ่งหลายมื้อ
  3. สังเกตอุจจาระและอาเจียน: ถ่ายรูปไว้ให้สัตวแพทย์ดู เช่น สี ปริมาณ มีเลือดหรือเมือกไหม
  4. อย่าให้ยาเอง: ยาแก้ท้องเสีย/ยาหยุดอาเจียนของคนอาจเป็นอันตราย โปรดปรึกษาสัตวแพทย์ก่อนเสมอ
  5. เฝ้าดูพลังงาน: ถ้ายังเล่นสนุก กินน้ำได้ดี อาจรอดูอาการได้ แต่ถ้าเริ่มซึมควรรีบพามา

การรักษาที่โรงพยาบาลสัตว์

เมื่อพามาถึง สัตวแพทย์จะทำการตรวจดังนี้:

  • ตรวจร่างกายทั่วไป: คลำท้อง ฟังลำไส้ วัดอุณหภูมิ
  • ตรวจเลือด: เพื่อประเมินภาวะขาดน้ำ ค่าไต ค่าตับ การอักเสบ
  • เอ็กซเรย์หรืออัลตราซาวด์: ถ้าสงสัยว่ามีสิ่งแปลกปลอมอุดตัน
  • ให้น้ำเกลือ (IV Fluid): เพื่อชดเชยภาวะขาดน้ำ
  • ตรวจอุจจาระ: หาพยาธิ เชื้อแบคทีเรีย หรือไวรัส (เช่น Parvo Test)

วิธีป้องกันไม่ให้สุนัขท้องเสีย:

  • ฉีดวัคซีนให้ครบตามโปรแกรม โดยเฉพาะ วัคซีนรวม ที่ป้องกัน Parvo
  • ถ่ายพยาธิสม่ำเสมอ ทุก 3-6 เดือน
  • ไม่ให้อาหารคนที่มีเครื่องเทศ ไขมัน หัวหอม กระเทียม ช็อกโกแลต
  • เปลี่ยนอาหารแบบค่อยเป็นค่อยไป (ผสมทีละ 25% ต่อวัน)
  • เก็บของเล่นชิ้นเล็ก สารเคมี และยาให้พ้นมือสัตว์เลี้ยง

โรงพยาบาลสัตว์มะขามเตี้ย รักษาโรคระบบทางเดินอาหารในสุนัขทุกวัน ไม่มีวันหยุด ตั้งแต่ 08:00-21:00 น. หากน้องหมาของคุณอาเจียนหรือท้องเสียไม่หยุด อย่ารอ รีบพามาครับ โทร 077-935-414 หรือ 095-418-1528

👨‍⚕️

เขียนโดย ทีมสัตวแพทย์

โรงพยาบาลสัตว์มะขามเตี้ย

ติดตามข่าวสารบน Facebook